Other things
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Duis ligula lorem, consequat eget, tristique nec, auctor quis, purus. Vivamus ut sem. Fusce aliquam nunc vitae purus.
Sunday, March 11, 2007
Idea : วิ่งแข่งกินจุ

พอเห็นเกมอย่างคาตามารีแล้ว ทำให้นึกอยากสร้างเกมคล้ายๆกัน คงไม่ว่ากันนะคะ เลยออกมาเป็นเกมวิ่งแข่งกินจุ

Platform : console ว้าวมีจะครบทุก platform แล้ว เจ๋ง!!!

Setting : เราเป็นพวกอ้วนเห็นแก่กิน ไหนๆก็ต้องอ้วนแล้วอย่าแคร์มันเลย มาอ้วนให้เต็มที่กันเถอะ

Objective
: gain weight ให้ได้มากสุด!!


Gameplay
:

1).เริ่มต้น ณ จุดสตาร์ท ทุกคนตัวผอมเก้งก้างดูแล้วโรยแรง

2).สัญญาณดังแล้วก็โกยมุ่งหน้าเข้าสู่ภัตาคาร เมนูอาหารเรียงรายตามโต๊ะ มีคนเสิร์ฟอยู่บ้าง ให้วิ่งเข้าใส่เป็นการโซ้ย (มีเวลากำหนดในการเข้าเส้นชัยนะคะ)

3).ยิ่งทานยิ่งอ้วนใหญ่ อ้วนใหญ่ อ้วนใหญ่จนชนกำแพงได้ มีพละกำลังมากขึ้นแต่วิ่งได้ช้าลง ~ไม่ไหวแล้วววว และจะมีแถบสุขภาพซึ่งถ้าวิ่งเป็นเวลานานติดต่อกัน+ทานไม่เปนจังหวะ
ก็จะอ้วกจนตัวผอมได้นะคะ (ทำไมต้องเลือกทำอะไรที่มีอ้วกด้วย ฮือฮือฮือ)
4).อ้วนจนมั่นใจแล้วก็วิ่งเข้าเส้นชัยก่อนเวลาหมด ตัดสินกันที่น้ำหนักค่ะ


Rules :
1.ต้องเข้าเส้นชัยภายในเวลาที่กำหนด
2.อ้วนมากๆมีสิทธิกินเพื่อนได้

อยากลองเล่นดูดีจิง แต่ขอเซ็นเซอร์ตรงอ้วกนะ กลัวๆ


สุดท้ายๆ จริงๆแล้วอยากลองทำเกม "พนันเครื่องซักผ้ามหาสนุก" แล้วแต่ละคนใส่บอลเสื้อผ้าลงไป หมุนๆ เลขที่ออก ใครลงตรงเสื้อสะอาดก้ได้เงินไปแต่แอบดูทู่เรดไปนิดนึง

Labels:

posted by Pampurin @ 11:16 PM   0 comments
Assignment : RULES
การบ้านอันสุดท้ายแล้วๆๆๆๆ
ว่ากันด้วยเรื่องของ RULES !!!!

เลือกเป่ายิ้งฉุบนะคะ เกมคลาสสิก
1.Constituative Rule
อาศัยหลักความน่าจะเป็น ตามหลักคณิตศาสตร์แล้วก็แบ่งลักษณะรูปแบบการออกได้3รูปแบบแสดงว่า ความน่าจะเป็นในแต่ละคนคือ1ใน3
และเมื่อเล่นกับผู้เล่นอีกฝ่ายจะทำให้เกิดรูปแบบการเล่นได้ 3*3=9 แบบ แต่ในแต่ละแบบมีโอกาสชนะ1/3*9=3แบบ
เสมอ3 แพ้3 แสดงว่าโอกาสในการเล่นเท่าๆกันพอดีเป๊ะ และส่งผลให้กติกามีได้แค่3รูปแบบ แพ้ ชนะ เสมอ

2.Operational Rule
ให้ผู้เล่นพูดพร้อมกันว่า "เป่า-ยิ้ง-ฉุบ" และออกสัญลักษณ์รูป ฆ้อน กรรไกร กระดาษอย่างใดอย่างหนึ่ง พร้อมๆกับที่พูดว่า"ฉุบ"

3.Implicit Rule
สิ่งที่ผู้เล่นรู้กันว่าไม่ควรทำ เช่น การออกมือช้ากว่าเพื่อจะดูมือของอีกฝ่ายก่อน, การเปลี่ยนสัญลักษณ์มือเมื่อออกมาแล้ว
หรือการเงื้อมมือไปด้านหลังก่อนจะฉุบก็ไม่มีบอกในกฎว่าต้องทำเช่นนั้น

Labels:

posted by Pampurin @ 10:21 PM   0 comments
Assignment : Story telling
ไม่ไหวแล้ววววววว.....

Story telling
เอาอารมณ์ RPG ละกันค่ะ (ถ้าไม่ตรงกับหลักวิทยาศาสตร์ก็อย่าว่ากันนะคะ อันนี้เป็นเรื่องฝันๆ)

FoTIZo

ไม่มีใครเคยคาดเดาว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าพระอาทิตย์จะต้องดับสลาย แสงอาทิตย์ที่เคยสาดส่องให้ความสว่าง แสงอาทิตย์ที่คอยให้พลังงานกับโลกมนุษย์
แสงอาทิตย์ที่ใช้ในการกำหนดช่วงเวลาของวันๆหนึ่ง สิ่งเหล่านั้นจะไม่มีอีกแล้วเหลือเพียงก้อนหินขนาดมหึมาที่ดำมืด ลอยเคว้งคว้างอยู่ในจักรวาล

เมื่อแสงสว่างและพลังงานเป็นของหายาก การจะได้ครอบครองแสงสว่างเพียงเล็กน้อยก็ต้องแลกด้วยทรัพย์สินและเงินทองที่มีอยู่
และในไม่ช้ามนุษย์ก็ถูกแบ่งออกเป็น2สถานะอย่างง่ายดาย ผู้คนที่มีเงิน และผู้ที่ไม่มีเงิน

เช้าวันหนึ่งของทุกๆวันที่ไร้แสงแดด เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมา-(1)/(2)

-(1)เด็กหนุ่มซึ่งสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์แห่งแสง ผู้ปกครองเมืองแห่งแสงซึ่งมีความสว่างไสวตลอดทั้งปี บนฟากฟ้าของเมืองถูกประดับประดาไปด้วยสัญลักษณ์วิจิตรงดงามที่ลำแสง
สีขาวนวลสาดส่องลงมาถึงพื้นที่อุดมสมบูรณ์เขียวขจี อาคารบ้านเรือนทั่วทั้งเมืองถูกสร้างขึ้นด้วยความปราณีตและบรรจงโดยช่างฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ ผู้คนแต่งกายในชุดที่แสดงสถานะอันร่ำรวยมั่งคั่ง
เมืองแห่งแสงจึงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผู้ดีมีฐานะ แต่ทุกคนต่างก็เชื่อฟังราชวงศ์แห่งแสง เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่วิวัฒนาการจนสามารถที่จะสร้างพลังงานกระแสไฟฟ้าขึ้นใช้เองได้ แต่มีความสามารถมากน้อยแตกต่างกันไป-(3)/(4)

-(2)เด็กหนุ่มผู้ซึ่งถูกทอดทิ้งโดยครอบครัวตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้ต้องหาเลี้ยงตัวเองด้วยการประลองต่อสู้ ในเขตของเมืองสีแดง เมืองที่เป็นแหล่งรวมของบรรดาโจร และพวกนอกรีตทั้งหลาย แสงสีแดงคือสัญลักษณ์ประจำที่บ่งบอกถึงความเป็นเมืองนี้ เพราะแสงสีแดงเป็นแสงที่ใช้พลังงานน้อย และให้การมองเห็นที่ดีในที่มืด ง่ายๆก็คือถูกกว่าแสงสีขาวนั่นเอง เนื่องจากถูกทิ้งมาตั้งแต่ยังเล็กจึงต้องต่อสู้เลี้ยงตัวเองมา ทำให้ได้พัฒนาฝีมือการต่อสู้อยู่เรื่อยๆ
ต่อมาไม่นานได้มีการประกาศกฎใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยราชวงศ์แห่งแสง
โดยมีคำสั่งว่าห้ามผู้คนในเมืองสีแดงเข้าออกเมืองแห่งแสงโดยเด็ดขาด ทำให้ผู้คนในเมืองสีแดงเริ่มไม่พอใจ และต่างรวมพลขึ้นเพื่อโจมตีและทำลายเมืองแห่งแสงลง เรื่องราวสืบเนื่องมาเป็นเวลา
2ปีเต็ม จนกระทั่งจอมโจรผู้มีอิทธิพลในเมืองสีแดงเริ่มเคลื่อนไหวและรวบรวมพรรคพวกขึ้นต่อสู้อย่างลับๆ-(5)/(6)

-(3)ในกรณีของเด็กหนุ่มผู้นี้กลับไม่มีความสามารถดังกล่าวติดตัว จึงกลายเป็นที่ติฉินนินทาของบรรดาราชวงศ์ ด้วยเหตุนี้เด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะออกจากราชวงศ์และหาเลี้ยง
ตัวเองด้วยการเป็นพ่อค้า-(7>7A)

-(4)ในกรณีของเด็กหนุ่มผู้นี้ เป็นผู้ที่ได้รับพรสวรรค์ในการสร้างกระแสไฟฟ้ามากกว่าบรรดาผู้คนในราชวงศ์ทั่วไป ด้วยเหตุนี้เด็กหนุ่มจึงถูกเลือกให้ทำหน้าที่เป็นองครักษ์ประจำตัว

ราชินี ผู้ที่มีความสามารถสูงสุด แตกต่างจากคนธรรมดาอย่างสิ้นเชิง-(7>7B)

-(5)เด็กหนุ่มเมื่อรู้ข่าว จึงปรึกษาหารือกับโจรมือเดียวผู้เป็นเพื่อนรัก ทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันว่าถ้าปล่อยให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นต่อไปจะกลายเป็นปัญหาใหญ่และถ้าเมืองแห่งแสงล่มสลายก็จะเกิด
ภัยต่างๆตามมาอีกนับไม่ถ้วน แต่ถ้าปล่อยให้กฎหมายใหม่เกิดขึ้นก็จะสร้างความลำบากให้กับผู้คนที่ทำมาหากินอย่างสุจริตในเมืองสีแดงไม่น้อย ว่าแล้วโจรมือเดียวก็เสนอความคิดขึ้น "ข้ามีเพื่อนเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ประจำอยู่ในเมืองแห่งแสง ถ้าข้าสามารถหาโอกาสพูดคุยกับมันได้ ก็คงบอกให้มันช่วยเจรจาต่อรองลดหย่อนกฎนั่นได้" เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสอง
จึงไม่รอช้า-(10)

-(6)เด็กหนุ่มไม่สนใจในข่าวลือ ยังคงมุ่งหน้าประลองฝีมือกับเหล่าโจรคนแล้วคนเล่าต่อไป ชื่อเสียงของเด็กหนุ่มดังไปถึงจอมโจรผู้มีอิทธิพล จึงได้ส่ง1ในสมาชิกกองโจรเข้าร่วมการประลองครั้งนี้
กับเด็กหนุ่มด้วย การประลองเป็นไปอย่างราบลื่นเด็กหนุ่มชนะเรื่อยมาจนมาถึงคู่ประลองซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงท่าทางอ่อนแรงคนหนึ่ง เมื่อเห็นดังนั้นเด็กหนุ่มก็หัวเราะขึ้นอย่างเย้ยหยันให้กับคู่ต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า แต่สีหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นกลับไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย เธอมองเด็กหนุ่มกลับอย่างเยือกเย็นและกล่าวว่า "ถ้าข้าสามารถชนะท่านได้ ท่านจะต้องทำตามที่ข้า
บอก 1 ข้อ แต่ถ้าข้าพ่ายแพ้ ข้าก็จะทำตามที่ท่านสั่งโดยไม่บิดพริ้ว" เด็กหนุ่มหัวเราะเป็นการตอบรับ และเริ่มการประลองฝีมือเหมือนที่ผ่านๆมา แต่การประลองเริ่มเพียงไม่นานเด็กหนุ่มก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ
เด็กผู้หญิง เธอจึงสั่งให้เด็กหนุ่มเข้าร่วมกองโจรและออกเดินทางไปพบจอมโจนผู้มีอิทธิพล-(10)

-(7)จากนั้นไม่นานได้มีข่าวลือจากนอกรั้วเมืองแห่งแสงถึงการรวมตัวกันของกลุ่มโจรที่มีอิทธิพลในเมืองสีแดง เนื่องจากไม่พอใจในกฎหมายใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยราชวงศ์แห่งแสง โดยมีคำสั่งว่าห้ามผู้คนในเมืองสีแดงเข้าออกเมืองแห่งแสงโดยเด็ดขาด่ คนในราชวงศ์จึงปิดประกาศขึ้นทั่วราชอาณาจักรเพื่อรวบรวม
ผู้ที่มีความสามารถมาร่วมกองกำลังคุ้มกันเมือง

(7A)เด็กหนุ่มซึ่งไร้ความสามารถ เมื่อได้อ่านประกาศก็เร่งรีบไปเข้าเฝ้าราชินีทันที เมื่อไปถึงบรรดาขุนนางในราชวงศ์ต่างก็มองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม จนกระทั่งราชินีเอ่ยถามเด็กหนุ่ม

"เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเหมาะกับการเป็นกองกำลังคุ้มกันเมืองแห่งนี้แล้วหรือ" -(8)/(9)

(7B)แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถรวบรวมผู้มีฝีมือมาเป็นกองกำลังได้ ว่าแล้วเด็กหนุ่มผู้ซึ่งเป็นองครักษ์ประจำตัวของราชินีจึงเอ่ยขึ้นในเย็นวันหนึ่ง "ข้าน้อยเห็นว่า ผู้คนที่มีฝีมือล้วนอาศัยอยู่
ในเมืองสีแดง การจะหากลุ่มคนมีฝีมือที่จะมารับมือกับกองโจรไหนเลยจะดีเท่าผู้ที่เคยร่วมอยู่ ต่อสู้กับกองโจร ถ้าพระองค์ไม่รังเกียจ ข้าน้อยมีเพื่อนซึ่งเคยคบหากันอยู่ อาศัยทำมาหากิน
อยู่ในเมืองสีแดงไม่น้อย เพียงแค่ข้าน้อยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือเค้าเหล่านั้นก็จะมาในทันใด ขึ้นอยู่กับว่าองค์ราชินีจะทรงอนุญาติหรือไม่" เมื่อราชินีได้ฟังดังนั้นก็ทรงไว้วางพระทัย
ในตัวเด็กหนุ่ม และมอบของติดตัวเด็กหนุ่มในการออกตามหาพรรคพวกของเขา-(10)

-(8)"ไม่หรอกท่าน เพียงแต่ข้าน้อยมีอาชีพเป็นพ่อค้า เดินทางเข้าออกเมืองสีแดงก็บ่อยอยู่ ข้าจึงรู้ดีว่าเรื่องใดเป็นความจริงและเรื่องใดเป็นเพียงข่าวลือ" เมื่อได้ฟังดังนั้นราชินีจึงพยักหน้า

และสังให้ขุนนางจัดเตรียมข้าวของ และเงินทองจำนวนหนึ่งแก่เด็กหนุ่ม และกล่าวว่าจะส่งจดหมายลับไปให้เมื่อถึงเวลานั้น ให้เด็กหนุ่มทำตามคำสั่งทุกประการ เด็กหนุ่มรับคำ
จากนั้นจึงเดินทางกลับบ้านไป ไม่นานนักก็มีจดหมายส่งมาถึงบ้านของเด็กหนุ่ม มีเนื้อความดังนี้ 'ด้วยพระประสงค์ขององค์ราชินี ต้องการให้เจ้าแอบลอบเข้าไปสืบข่าวคราวความเป็นไปในเมืองสีแดง
โดยแฝงตัวกับกลุ่มโจรที่จะทำการโจมตีเมืองแห่งแสง และสืบข้อมูลของหัวหน้าและสมาชิกของกลุ่มโจร จนกว่าจะได้รับข่าวอีกครั้ง ว่าจะให้เคลื่อนไหวอย่างไร โดยองค์ราชินีทรงเห็นว่า
การเดินทางนั้นมีอุปสรรคค่อนข้างมาก พื้นที่นอกจากเมืองแห่งแสงล้วนมืดมิดมองไม่เห็นภัยใดๆที่จะเข้ามาเยือน จึงได้มอบอาวุธและสิ่งของเหล่านี้ให้เจ้านำติดตัวขณะเดินทาง-(10)

-(9)"ขอรับท่าน ข้าน้อยพร้อมรับการทดสอบทุกอย่าง ถ้าเพียงแต่จะทำให้องค์ราชินีเชื่อมั่นในตัวข้า จริงอยู่ข้าน้อยไม่มีความสามารถในการสร้างพลังงานดั่งคนในราชวงศ์

แต่ข้าน้อยได้ฝึกปรือฝีมือมาตลอด โดยระหว่างที่เดินทางค้าขายในเมืองสีแดง ก็ได้ประลองฝีมือกับโจรไม่น้อยราย ทำให้ข้าน้อยรู้หน้าค่าตาของผู้มีฝีมือในแถบนั้นไม่น้อย และคว้าชัยชนะได้เป็นส่วนใหญ่
ขอพระองค์ทรงพิจารณาด้วย" ราชินีได้ฟังดังนั้นจึงเอ่ยสั่งให้เด็กหนุ่มเดินทางไปยังเมืองสีแดง และตัดศีรษะของ1ในสมาชิกกองโจรเพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงความสามารถ เด็กหนุ่มรับคำ-(10)

-(10)เด็กหนุ่มมุ่งหน้าออกเดินทาง

*****หมดแรงแล้วค่ะ จะเอาไปพิมพ์เป็นนิยายขายแล้ว อยากอ่านต่อก็ซื้อตอนพิมพ์ออกมาขายแล้วละกันนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างวิธีเล่าเรื่องแบบ non-linear นะคะ

Labels:

posted by Pampurin @ 8:35 PM   0 comments
Review : Cooking Mama

Cooking Mama
ขอวิจารณ์นอกเหนือจากที่เล่นในclassนะคะ

Platform : NDS

Objective : ทำอาหารให้ Perfect ที่สุด เทียบชั้น Mama และสะสมเมนูอาหารให้ได้เยอะๆt


Setting : ห้องครัว เราเป็นกุ๊กฝึกหัดทำอาหาร

Gameplay :
เลือกเมนูอาหารที่อยากจะทำนะคะ แล้วก็ทำตามทุกอย่างที่มาม่าซังบอก

หลังจากได้ทดลองเล่นด้วยตัวเองแล้วทำให้พบว่าเมนูบางอย่างไม่สามารถได้เหรียญทองได้

ให้ตายก็ไม่มีวัน เพราะบางคำสั่งนั้นยากกว่าบางคำสั่งอยู่มาก แต่ระยะเวลาในการจับเวลากลับเท่ากัน เช่นซอยผักชีด้วยความไวสูง สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่จิ้มไปบนจอเครื่องรัวๆ แป๊บเดียวก็เสร็จ แต่เมื่อเทียบกับการหั่นหมูเนื้อเอ็นออกเป็นหลายท่อน ซึ่งต้องอาศัยการเลื่อนข้อมือขึ้นลงอย่างต่ำ15ครั้งในการเลื่อยหมูได้1ท่อน แล้วต้องเลื่อยทั้งหมด10ท่อน ได้ทดลองแล้วเช่นกัน ถ้ากลับจอNDSเป็นแนวตั้งแล้วเลื่อยซ้าย-ขวาจะมีโอกาสสูงกว่า เชื่อว่าเป็นการฝึกข้อมือก่อนซ้อมแข่งแบดมินตันได้ หรืออีกตัวอย่าง
เช่น การชุบเกล็ดขนมปังป่น
ให้หมูทอด ในการชุบเกล็ดขนมปังจะต้องเลื่อนชิ้นเนื้อซ้ายที ขวาทีไปมาบนถาด โดยจะมีให้ประมาณ6-8ชิ้น การกลับข้างแต่ละครั้งใช้เวลา4วิ หมู1ชิ้นกลับประมาณ10ตลบ และมีเวลาให้ประมาณ20วิได้ ได้ทดลองเล่นอีกเช่นกัน
การตลบเพื่อชุบแป้งนานเกินรอ เมื่อเทียบกับความเป็นจริง และไม่ใช่ความผิดของผู้เล่น แต่เป็นที่ตัวเกมเอง

จนบางครั้งแทบจะอยากสอดมือเข้าไปกลับแป้งเอง

จะเห็นได้ว่าปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับผู้เล่นโรคจิตที่ต้องการให้เมนูทุกเมนูส่งประกายเหรียญทอง
(จะหวังไม่ได้เลยกับเมนูชุบแป้งทอด โดยเฉพาะทงคัตสึ เมนูนรก)

แต่รู้สึกว่าจะเป็นเกมสำหรับเด็กเล่นไม่ต้องเครียด เลยคาดว่าอาจจะเป็นความผิดพลาดของผู้เล่นที่มาเล่นเกมที่ไม่เข้าทางกับการกวาดชัยชนะ
สิ่งที่หวังได้อย่างเดียวก็คือ เก็บเมนูให้ได้เยอะๆ


Rules : ทำตามที่มาม่าซังสั่ง ให้ทันภายในเวลาที่กำหนดให้

สรุป
ใครรู้วิธีหั่นหมู+ชุบแป้งด้วยความเร็วสูงบอกด้วย เห็นเมนูตัวเองเหรียญทองแหว่งแล้วอยากจะร้องไห้ T-T

Labels:

posted by Pampurin @ 4:53 PM   0 comments
Saturday, March 10, 2007
Assignment : Core Mechanic + Meaningful play
งั้นเอาที่วิจารณ์เกมปลาไหลละกันค่ะ
จากที่วิจารณ์ไปแล้วในอาทิตย์ก่อนหน้านู้นนนนนนนน ตอนนี้จะวิจารณ์Core+Meaning เพิ่มนะคะ

Core mechanic
ง่ายๆเลยก็คือการวิ่งไล่จับกัน นั่นเอง เป็นหัวใจหลักของเกมนี้ วิ่ง ไล่ แตะ

Meaningful play
ก็คือสิ่งที่ทำให้เกมมีค่าน่าท้าทายและผู้เล่นรับรู้ ว่าจะต้องวิ่งหาคู่และหนีคนจับให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็แพ้

Labels:

posted by Pampurin @ 3:31 PM   0 comments
Friday, March 9, 2007
Review : Saboteur

Saboteur
ไม่รู้จะวิจารณ์อะไรแล้ววววววววววว

Platform : Card Game

Objective : แตกต่างกันแล้วแต่ว่าเล่นเป็นคนดีหรือคนเลว แต่หลักๆแล้วก็คือเก็บทองให้ได้มากที่สุด
- คนดี : พยายามขุดไปให้เจอทอง
- คนเลว : กีกันไม่ให้เหล่าคนดีขุดทองเจอ

Setting : เราเป็นคนแคระทำงานในเหมือง

Gameplay :
1.เริ่มที่สับไพ่ทองที่มีอยู่3อัน อันนึงจะเป็นทองที่เหลือไม่ใช่ แล้ววางคว่ำลงทั้ง3ใบด้านขวามือสุด โดยเว้นห่างในแนวดิ่ง1ช่องระหว่างกัน ห้ามไม่ให้ใครรู้
2.จากนั้นก็จับฉลากว่าใครเป็นคนดีคนเลว เช่นกันห้ามให้ใครรู้ ถ้ารู้จะไม่สนุก ซึ่งสัดส่วนคนดีกับเลวผู้เล่นกำหนดเอง
3.วางไพ่เริ่มต้นด้านซ้ายมือ ในแนวดิ่งจะอยู่ตรงกลาง
4.เริ่มสร้างทาง ขุดขุดขุด ไปยังทอง โดยแต่ละคนจะมีไพ่actionคนละ3ใบ และไพ่ทาง ผลัดกันวาง โดยไพ่action จะมีทั้งทำเครื่องมือของเพื่อนพัง แอบดูไพ่ทอง ระเบิด และอีกมากมาย
5.เก็บสะสมทองเป็นรอบๆ

Rules :
- วางเป็นพื้นที่ขนาด 5*8มั๊ง
- ใน1ตา ต้องเลือกว่าจะลงไพ่action หรือไพ่ขุดทาง ห้ามลง2อย่างพร้อมกัน
- ไพ่รางวัล(ตอนสุดท้าย) ถ้าคนดีชนะคนที่ขุดไปเจอทองจะมีสิทธิ์เลือกก่อน(บางทีไพ่แต่ละอันมีจำนวนทองไม่เท่ากัน) แล้วแจกจ่ายให้คนดีคนอื่นๆ
แต่ถ้าคนเลวชนะก็จั่วกันไปตามปกติ

Conflict : อยู่ตรงที่มีทั้งคนดีและคนเลวในเกมทำให้ต้องสู้กันเอง แล้วยิ่งไม่รู้ว่าใครเป็นทำให้ยิ่งเกิดความสนุกมากขึ้น



สรุป
รู้สึกว่าเกมนี้คนเลวจะมีสิทธิชนะได้ง่ายกว่าคนดี และดูสนุกกว่าการเล่นเป็นคนดีเพราะได้แกล้งเพื่อน( แต่ไม่เคยจับได้คนเลวเลยค่ะ เศร้า)

Labels:

posted by Pampurin @ 4:20 PM   2 comments
Sunday, March 4, 2007
Assignment : Settlers

การเล่นBoard game กับเพื่อนๆที่ร้าน The Settlers ก็สนุกดีค่ะ เพราะปัจจุบันไม่ค่อยมีโอกาสได้เล่น Board game เท่าไหร่ เพราะตอนนี้เป็นยุคอิเลคโทรนิกไปแล้ว
ก็เลยจะคุ้นเคยกับการเล่นบนคอม บนเครื่องเล่นมากกว่า บนกระดานแบบดั้งเดิม อีกทั้งบางกระดานก็เกะกะ เก็บลำบากคนเลยไม่นิยมซื้อเล่นกันเท่าไหร่
กระดานนึงเล่นได้เกมเดียว แต่คอมเครื่องนึงเล่นได้ไม่จำกัด แต่พอได้มีโอกาสมาที่นี่ก็ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆที่ฮิตเล่นเกมกระดาน รวมไปถึงเกมไพ่ และอื่นๆ
ยิ่งพอได้ร่วมเล่นกับเพื่อนๆก็จะได้ความสนุก และประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเล่นบนคอมแม้จะออนไลน์แล้วก็ตาม แต่แบบนี้มันดูกันเองมากกว่า
ยิ่งบางเกมได้วิเคราะห์สีหน้าเพื่อนด้วยว่าคิดยังไงอยู่ เช่น Saboteur ว่าสรุปมันเลวจริง หรือแกล้งเลว เอ๊ะ งง? เป็นอะไรที่บนคอมคงไม่มีเกมไหนเปนหน้าต่างให้เราสังเกตหน้าเพื่อน
นอกจากจะนั่งติดกัน แล้วหันหน้าไปทักทาย ซึ่งก็จะโดนเพื่อนเมินไป เพราะมันกะลังสนใจเกมบนหน้าจอ เกมกระดานจึงมีอะไรมากกว่าเกมแบบอิเลคโทรนิก เพราะ
มีเรื่องของphysical funเข้ามาเกี่ยวด้วย (แบบที่อาจารย์สอนงายยยยย)

และหลังจากได้ลองเล่นเกมที่ร้านนี้หลายเกมก็พบว่าเกมกระดานสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด ไม่จำเป็นต้องทอยลูกเต๋าแล้วเดินอย่างเดียว มันกว้างกว่านั้นอีกเยอะ

เช่น จะสร้างสะพานก็ได้ หรือเล่นเป็นเกมนับแต้มแบบประมูล เล่นไปเล่นมาเริ่มปวดหัว เกมมันเครียดนะคะ ไม่ใช่เกมเด็กๆอย่างที่คนส่วนใหญ่มอง (NDSด้วย)

สรุปๆชอบร้านนี้มากๆค่ะ ไว้มีโอกาสจะแวะไปอีกครั้งแต่ได้ข่าวว่ามันปิดกิจการไปแล้ว T-T

Labels:

posted by Pampurin @ 10:52 PM   0 comments
About Me

Name: Pampurin
Home:
About Me:
See my complete profile
Previous Post
Archives
Links
Label