|
Sunday, March 11, 2007
|
Assignment : Story telling |
ไม่ไหวแล้ววววววว.....
Story telling เอาอารมณ์ RPG ละกันค่ะ (ถ้าไม่ตรงกับหลักวิทยาศาสตร์ก็อย่าว่ากันนะคะ อันนี้เป็นเรื่องฝันๆ)
FoTIZo ไม่มีใครเคยคาดเดาว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าพระอาทิตย์จะต้องดับสลาย แสงอาทิตย์ที่เคยสาดส่องให้ความสว่าง แสงอาทิตย์ที่คอยให้พลังงานกับโลกมนุษย์ แสงอาทิตย์ที่ใช้ในการกำหนดช่วงเวลาของวันๆหนึ่ง สิ่งเหล่านั้นจะไม่มีอีกแล้วเหลือเพียงก้อนหินขนาดมหึมาที่ดำมืด ลอยเคว้งคว้างอยู่ในจักรวาล
เมื่อแสงสว่างและพลังงานเป็นของหายาก การจะได้ครอบครองแสงสว่างเพียงเล็กน้อยก็ต้องแลกด้วยทรัพย์สินและเงินทองที่มีอยู่ และในไม่ช้ามนุษย์ก็ถูกแบ่งออกเป็น2สถานะอย่างง่ายดาย ผู้คนที่มีเงิน และผู้ที่ไม่มีเงิน
เช้าวันหนึ่งของทุกๆวันที่ไร้แสงแดด เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมา-(1)/(2)
-(1)เด็กหนุ่มซึ่งสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์แห่งแสง ผู้ปกครองเมืองแห่งแสงซึ่งมีความสว่างไสวตลอดทั้งปี บนฟากฟ้าของเมืองถูกประดับประดาไปด้วยสัญลักษณ์วิจิตรงดงามที่ลำแสงสีขาวนวลสาดส่องลงมาถึงพื้นที่อุดมสมบูรณ์เขียวขจี อาคารบ้านเรือนทั่วทั้งเมืองถูกสร้างขึ้นด้วยความปราณีตและบรรจงโดยช่างฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ ผู้คนแต่งกายในชุดที่แสดงสถานะอันร่ำรวยมั่งคั่ง เมืองแห่งแสงจึงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผู้ดีมีฐานะ แต่ทุกคนต่างก็เชื่อฟังราชวงศ์แห่งแสง เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่วิวัฒนาการจนสามารถที่จะสร้างพลังงานกระแสไฟฟ้าขึ้นใช้เองได้ แต่มีความสามารถมากน้อยแตกต่างกันไป-(3)/(4)
-(2)เด็กหนุ่มผู้ซึ่งถูกทอดทิ้งโดยครอบครัวตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้ต้องหาเลี้ยงตัวเองด้วยการประลองต่อสู้ ในเขตของเมืองสีแดง เมืองที่เป็นแหล่งรวมของบรรดาโจร และพวกนอกรีตทั้งหลาย แสงสีแดงคือสัญลักษณ์ประจำที่บ่งบอกถึงความเป็นเมืองนี้ เพราะแสงสีแดงเป็นแสงที่ใช้พลังงานน้อย และให้การมองเห็นที่ดีในที่มืด ง่ายๆก็คือถูกกว่าแสงสีขาวนั่นเอง เนื่องจากถูกทิ้งมาตั้งแต่ยังเล็กจึงต้องต่อสู้เลี้ยงตัวเองมา ทำให้ได้พัฒนาฝีมือการต่อสู้อยู่เรื่อยๆ ต่อมาไม่นานได้มีการประกาศกฎใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยราชวงศ์แห่งแสง โดยมีคำสั่งว่าห้ามผู้คนในเมืองสีแดงเข้าออกเมืองแห่งแสงโดยเด็ดขาด ทำให้ผู้คนในเมืองสีแดงเริ่มไม่พอใจ และต่างรวมพลขึ้นเพื่อโจมตีและทำลายเมืองแห่งแสงลง เรื่องราวสืบเนื่องมาเป็นเวลา 2ปีเต็ม จนกระทั่งจอมโจรผู้มีอิทธิพลในเมืองสีแดงเริ่มเคลื่อนไหวและรวบรวมพรรคพวกขึ้นต่อสู้อย่างลับๆ-(5)/(6)
-(3)ในกรณีของเด็กหนุ่มผู้นี้กลับไม่มีความสามารถดังกล่าวติดตัว จึงกลายเป็นที่ติฉินนินทาของบรรดาราชวงศ์ ด้วยเหตุนี้เด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะออกจากราชวงศ์และหาเลี้ยง ตัวเองด้วยการเป็นพ่อค้า-(7>7A)
-(4)ในกรณีของเด็กหนุ่มผู้นี้ เป็นผู้ที่ได้รับพรสวรรค์ในการสร้างกระแสไฟฟ้ามากกว่าบรรดาผู้คนในราชวงศ์ทั่วไป ด้วยเหตุนี้เด็กหนุ่มจึงถูกเลือกให้ทำหน้าที่เป็นองครักษ์ประจำตัว ราชินี ผู้ที่มีความสามารถสูงสุด แตกต่างจากคนธรรมดาอย่างสิ้นเชิง-(7>7B)
-(5)เด็กหนุ่มเมื่อรู้ข่าว จึงปรึกษาหารือกับโจรมือเดียวผู้เป็นเพื่อนรัก ทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันว่าถ้าปล่อยให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นต่อไปจะกลายเป็นปัญหาใหญ่และถ้าเมืองแห่งแสงล่มสลายก็จะเกิด ภัยต่างๆตามมาอีกนับไม่ถ้วน แต่ถ้าปล่อยให้กฎหมายใหม่เกิดขึ้นก็จะสร้างความลำบากให้กับผู้คนที่ทำมาหากินอย่างสุจริตในเมืองสีแดงไม่น้อย ว่าแล้วโจรมือเดียวก็เสนอความคิดขึ้น "ข้ามีเพื่อนเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ประจำอยู่ในเมืองแห่งแสง ถ้าข้าสามารถหาโอกาสพูดคุยกับมันได้ ก็คงบอกให้มันช่วยเจรจาต่อรองลดหย่อนกฎนั่นได้" เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสอง จึงไม่รอช้า-(10)
-(6)เด็กหนุ่มไม่สนใจในข่าวลือ ยังคงมุ่งหน้าประลองฝีมือกับเหล่าโจรคนแล้วคนเล่าต่อไป ชื่อเสียงของเด็กหนุ่มดังไปถึงจอมโจรผู้มีอิทธิพล จึงได้ส่ง1ในสมาชิกกองโจรเข้าร่วมการประลองครั้งนี้กับเด็กหนุ่มด้วย การประลองเป็นไปอย่างราบลื่นเด็กหนุ่มชนะเรื่อยมาจนมาถึงคู่ประลองซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงท่าทางอ่อนแรงคนหนึ่ง เมื่อเห็นดังนั้นเด็กหนุ่มก็หัวเราะขึ้นอย่างเย้ยหยันให้กับคู่ต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า แต่สีหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นกลับไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย เธอมองเด็กหนุ่มกลับอย่างเยือกเย็นและกล่าวว่า "ถ้าข้าสามารถชนะท่านได้ ท่านจะต้องทำตามที่ข้า บอก 1 ข้อ แต่ถ้าข้าพ่ายแพ้ ข้าก็จะทำตามที่ท่านสั่งโดยไม่บิดพริ้ว" เด็กหนุ่มหัวเราะเป็นการตอบรับ และเริ่มการประลองฝีมือเหมือนที่ผ่านๆมา แต่การประลองเริ่มเพียงไม่นานเด็กหนุ่มก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ เด็กผู้หญิง เธอจึงสั่งให้เด็กหนุ่มเข้าร่วมกองโจรและออกเดินทางไปพบจอมโจนผู้มีอิทธิพล-(10)
-(7)จากนั้นไม่นานได้มีข่าวลือจากนอกรั้วเมืองแห่งแสงถึงการรวมตัวกันของกลุ่มโจรที่มีอิทธิพลในเมืองสีแดง เนื่องจากไม่พอใจในกฎหมายใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยราชวงศ์แห่งแสง โดยมีคำสั่งว่าห้ามผู้คนในเมืองสีแดงเข้าออกเมืองแห่งแสงโดยเด็ดขาด่ คนในราชวงศ์จึงปิดประกาศขึ้นทั่วราชอาณาจักรเพื่อรวบรวม ผู้ที่มีความสามารถมาร่วมกองกำลังคุ้มกันเมือง
(7A)เด็กหนุ่มซึ่งไร้ความสามารถ เมื่อได้อ่านประกาศก็เร่งรีบไปเข้าเฝ้าราชินีทันที เมื่อไปถึงบรรดาขุนนางในราชวงศ์ต่างก็มองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม จนกระทั่งราชินีเอ่ยถามเด็กหนุ่ม "เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเหมาะกับการเป็นกองกำลังคุ้มกันเมืองแห่งนี้แล้วหรือ" -(8)/(9)
(7B)แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถรวบรวมผู้มีฝีมือมาเป็นกองกำลังได้ ว่าแล้วเด็กหนุ่มผู้ซึ่งเป็นองครักษ์ประจำตัวของราชินีจึงเอ่ยขึ้นในเย็นวันหนึ่ง "ข้าน้อยเห็นว่า ผู้คนที่มีฝีมือล้วนอาศัยอยู่ ในเมืองสีแดง การจะหากลุ่มคนมีฝีมือที่จะมารับมือกับกองโจรไหนเลยจะดีเท่าผู้ที่เคยร่วมอยู่ ต่อสู้กับกองโจร ถ้าพระองค์ไม่รังเกียจ ข้าน้อยมีเพื่อนซึ่งเคยคบหากันอยู่ อาศัยทำมาหากิน อยู่ในเมืองสีแดงไม่น้อย เพียงแค่ข้าน้อยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือเค้าเหล่านั้นก็จะมาในทันใด ขึ้นอยู่กับว่าองค์ราชินีจะทรงอนุญาติหรือไม่" เมื่อราชินีได้ฟังดังนั้นก็ทรงไว้วางพระทัย ในตัวเด็กหนุ่ม และมอบของติดตัวเด็กหนุ่มในการออกตามหาพรรคพวกของเขา-(10)
-(8)"ไม่หรอกท่าน เพียงแต่ข้าน้อยมีอาชีพเป็นพ่อค้า เดินทางเข้าออกเมืองสีแดงก็บ่อยอยู่ ข้าจึงรู้ดีว่าเรื่องใดเป็นความจริงและเรื่องใดเป็นเพียงข่าวลือ" เมื่อได้ฟังดังนั้นราชินีจึงพยักหน้า และสังให้ขุนนางจัดเตรียมข้าวของ และเงินทองจำนวนหนึ่งแก่เด็กหนุ่ม และกล่าวว่าจะส่งจดหมายลับไปให้เมื่อถึงเวลานั้น ให้เด็กหนุ่มทำตามคำสั่งทุกประการ เด็กหนุ่มรับคำ จากนั้นจึงเดินทางกลับบ้านไป ไม่นานนักก็มีจดหมายส่งมาถึงบ้านของเด็กหนุ่ม มีเนื้อความดังนี้ 'ด้วยพระประสงค์ขององค์ราชินี ต้องการให้เจ้าแอบลอบเข้าไปสืบข่าวคราวความเป็นไปในเมืองสีแดง โดยแฝงตัวกับกลุ่มโจรที่จะทำการโจมตีเมืองแห่งแสง และสืบข้อมูลของหัวหน้าและสมาชิกของกลุ่มโจร จนกว่าจะได้รับข่าวอีกครั้ง ว่าจะให้เคลื่อนไหวอย่างไร โดยองค์ราชินีทรงเห็นว่า การเดินทางนั้นมีอุปสรรคค่อนข้างมาก พื้นที่นอกจากเมืองแห่งแสงล้วนมืดมิดมองไม่เห็นภัยใดๆที่จะเข้ามาเยือน จึงได้มอบอาวุธและสิ่งของเหล่านี้ให้เจ้านำติดตัวขณะเดินทาง-(10)
-(9)"ขอรับท่าน ข้าน้อยพร้อมรับการทดสอบทุกอย่าง ถ้าเพียงแต่จะทำให้องค์ราชินีเชื่อมั่นในตัวข้า จริงอยู่ข้าน้อยไม่มีความสามารถในการสร้างพลังงานดั่งคนในราชวงศ์ แต่ข้าน้อยได้ฝึกปรือฝีมือมาตลอด โดยระหว่างที่เดินทางค้าขายในเมืองสีแดง ก็ได้ประลองฝีมือกับโจรไม่น้อยราย ทำให้ข้าน้อยรู้หน้าค่าตาของผู้มีฝีมือในแถบนั้นไม่น้อย และคว้าชัยชนะได้เป็นส่วนใหญ่ ขอพระองค์ทรงพิจารณาด้วย" ราชินีได้ฟังดังนั้นจึงเอ่ยสั่งให้เด็กหนุ่มเดินทางไปยังเมืองสีแดง และตัดศีรษะของ1ในสมาชิกกองโจรเพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงความสามารถ เด็กหนุ่มรับคำ-(10)
-(10)เด็กหนุ่มมุ่งหน้าออกเดินทาง
*****หมดแรงแล้วค่ะ จะเอาไปพิมพ์เป็นนิยายขายแล้ว อยากอ่านต่อก็ซื้อตอนพิมพ์ออกมาขายแล้วละกันนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างวิธีเล่าเรื่องแบบ non-linear นะคะLabels: Assignment |
posted by Pampurin @ 8:35 PM  |
|
|
|
|
|